page11
สำรอง งานวิจัยและสรรพคุณ 20 ข้อ
ชื่อสมุนไพรสำรอง
ชื่ออื่น/ชื่อท้องถิ่น ลูกสำรอง (ทั่วไป, ภาคกลาง), ปักจอง (ภาคอีสาน), แก่นเฉา ,ท้ายเภา (ภาคใต้), พุงทะลาย (ภาคตะวันออก), ฮวงไต้ไฮ้ (จีน)
ชื่อวิทยาศาสตร์ Scaphium scaphigerum (G.Don.) Guib. & Planch.
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Scaphium linearicarpum (Mast.) Pierre, Scaphium macropodum Beaum, Scaphium lychnophorum (Hance) Pierre
ชื่อสามัญ Malva nut, Jelly nut
วงศ์ Sterculiaceae
ถิ่นกำเนิดสำรอง
สำรองเป็นพันธุ์พืชที่มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วไป เช่น พม่า เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลาว ไทย รวมถึง จีนตอนใต้อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วมักจะพบต้นสำรอง ได้ตามป่าที่มีความชื้นสูง เช่น ป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้นที่มีแสงแดดส่องถึงพื้น และมีฝนตกชุก สำหรับในประเทศไทยพบได้มากทางภาคตะวันออกของประเทศ โดยเฉพาะจันทบุรี และตราด ส่วนภาคอื่นๆ ก็พบได้บ้างแต่จะน้อยกว่าภาคตะวันออก
ประโยชน์และสรรพคุณสำรอง
แก้ไอ
แก้ท้องเสีย
รักษากามโรค
แก้อาการร้อนใน
แก้กระหายน้ำ
ช่วยขับเสมหะ
แก้เจ็บคอ
แก้โรคเรื้อน
แก้กุฏฐัง
แก้กามโรค
แก้พยาธิ
แก้ลม
แก้ไข้
แก้ตานซาง ตานขโมยในเด็ก
แก้ลมพิษ
แก้ลม
แก้ธาตุพิการ
แก้ท้องเสีย
แก้กระหายน้ำ
แก้ตาอักเสบบวมแดง
รูปแบบและขนาดวิธีใช้
ใช้แก้อาการร้อนใน แก้กระหายน้ำก็ แก้ไอ แก้เจ็บคอ ทำให้ใจคอชุ่มชื่น และช่วยขับเสมหะ โดยนำเปลือกหุ้มเมล็ดที่พองตัว นำมาปรุงกับน้ำตาลทรายแดง หรือ ชะเอมเทศ ใช้รับประทาน หรือ ใช้ผลแห้ง 5-10 กรัม นำมาต้มกับน้ำรับประทานก็ได้ ใช้แก้ไข้ แก้เจ็บคอ ด้วยการใช้ลูกสำรอง 10-20 ลูก นำมาต้มกับชะเอมจีนให้พอหวาน นำมาใช้จิบบ่อยๆ ใช้แก้กามโรค แก้ไอ แก้ท้องเสีย แก้พยาธิผิวหนังโดยใช้รากแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้โรคเรื้อน แก้กุฏฐัง แก้กามโรค โดยใช้แก่นต้นตากแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ตามขโมยในเด็ก แก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้ลม แก้ธาตุพิการ โดยใช้ผล และเมล็ดแห้งมาต้มกับน้ำดื่ม ใช้แก้ตาอักเสบบวมแดง โดยใช้วุ้นจากเปลือกหุ้มเมล็ดมาพอกบริเวณตาที่อักเสบ หรือ นำผ้าก๊อซชุบน้ำพอชุ่ม แล้วนำไปวางทับบนเปลือกตาที่อักเสบ จากนั้นให้วางแผ่นเปลือกหุ้มเมล็ดสำรองลงบนผ้าก๊อซ แล้วเปลือกจะพองตัวเป็นวุ้นแทรกซึมเข้าไปในผ้าก๊อซก็ได้เช่นกัน
ลักษณะทั่วไปของสำรอง
สำรอง จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เนื้อแข็งสูงได้ถึง 40 ม. ผลัดใบ และจะแตกเฉพาะเรือนยอด ลำต้นเปลาตรง เปลือกหยาบสีเทา หรือ เทาดำ มีรอยแผลเป็นทั่วไป เปลือกในเป็นสีชมพู มีเส้นตามยาว โคนต้นมีพูพอน ใบเป็นใบเดี่ยวแบบเรียงสลับ รูปไข่แกมขอบขนานหรือรูปไข่แกมใบหอก กว้าง 7-12 เซนติเมตร ยาว 13-25 เซนติเมตร ก้านใบยาว 12.5-21 เซนติเมตร แผ่นใบเรียบ หนา ใบอ่อนสีแดงเรื่อๆ ส่วนใบแก่มีสีเขียวเข้ม และเป็นมัน ขอบใบเป็นลูกคลื่นเล็กน้อย โคนใบป้านมน ปลายใบแหลม แผ่นใบมีเส้นกลางใบขนาดใหญ่ และมีเส้นแขนงใบออกจากโคนใบ 3 เส้น และออกจากเส้นกลางใบข้างละ 6 เส้น ดอกออกดอกเป็นช่อบริเวณซอกกิ่ง และปลายกิ่งประกอบด้วยก้านดอกหลัก ยาวประมาณ 14-20 เซนติเมตร แตกก้านดอกแขนงสั้นๆ ล้อมรอบ ตัวดอกประกอบด้วยกลีบเลี้ยงทรงกระบอก 5 กลีบ กลีบดอกมีสีขาวแกมเขียว จำนวน 5 กลีบ เป็นแฉกคล้ายรูปดาวตรงกลางดอกมีเกสรแยกเพศ เป็นเกสรตัวผู้มีสีเหลือง และเกสรตัวเมีย เป็นสีแดงเมื่อบานเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 7-8 มิลลิเมตร ผลเป็นผลแห้งรูปไข่ ออกตามปลายกิ่ง เมื่อดิบจะเป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีน้ำตาลมีขนาด 25x15 มิลลิเมตร ผิวเหี่ยวย่น สีน้ำตาล มีรูปกลมรีหัว ท้ายมน ผิวขรุขระ ที่ขั้วผลมีแผ่นบางๆ สีน้ำตาลอ่อน ลักษณะเหมือนใบเรือติดมากับผลเรียกว่าสำเภา มีขนาดกว้าง 3-4 เซนติเมตร ยาว 8-15 เซนติเมตร เมล็ดรูปทรงกระสวยหรือกลมรี สีน้ำตาล เปลือกแข็ง


